การเขียนรหัสลำลอง (Pseudocode) และผังงาน (Flowchat) 2

รูปแบบการเขียนรหัสลำลอง และผังงาน การเขียนรหัสลำลองและผังงานมีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ 1. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบลำดับ2. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบกำหนดเงื่อนไข3. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบกำหนดเงื่อนไขทำซ้ำ 1. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบลำดับ เป็นลักษณะการทำงานที่มีลำดับการทำงานที่แน่นอน เรียงจากบนลงล่าง 2. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบกำหนดเงื่อนไข เป็นลักษณะการทำงานแบบมีทางเลือกใช้สำหรับการทำงานที่ต้องมีการตัดสินใจเพื่อเลือกขั้นตอนการทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนด 3. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบกำหนดเงื่อนไขทำซ้ำ เป็นลักษณะการทำงานแบบมีทางเลือกใช้สำหรับการทำงานที่ต้องมีการทำงานซ้ำตามเงื่อนไขที่กำหนด สรุป การเขียนรหัสลำลองและผังงานมีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ1. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบลำดับ2. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบกำหนดเงื่อนไข3. การเขียนรหัสลำลองและผังงานแบบกำหนดเงื่อนไขทำซ้ำ สำหรับคนที่ชอบบทความนี้ อย่าลืมกด share หรือ กด like ที่ช่อง Fackbook: https://www.facebook.com/KidsCodeOnlineTH/ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ

การกำหนดค่าให้ตัวแปร

การกำหนดค่าให้กับตัวแปรสามารถทำได้ 3 วิธี คือ 1. การรับค่าจากภายนอก r <– input(“กรุณากรอกข้อมูล”) 2. การกำหนดค่าจากค่าคงที่หรือตัวแปรอื่นๆ PI <– 3.14 3. การกำหนดค่าจากการคำนวณ result <– 5 + 8 สัญลักษณ์ที่นิยมใช้สำหรับกำหนดค่าให้กับตัวแปร คือ <– (ลูกศรที่หันหัวไปทางซ้าย) ใช้เพื่อนำค่าทางขวาลูกศร ไปกำหนดค่าให้ตัวแปรที่อยู่ทางซ้ายลูกศร เช่น r <– input(“กรุณากรอกข้อมูล”) # รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด นำมาเก็บในตัวแปร rPI <– 3.14 # กำหนดค่า 3.14 นำมาเก็บในตัวแปร PIresult <– 5 + 8 # คำนวณค่า 5 + 8 แล้วนำผลลัพท์ที่ได้มาเก็บในตัวแปร result result2 <–Continue reading “การกำหนดค่าให้ตัวแปร”

การถ่ายทอดรายละเอียดของปัญหาและการแก้ปัญหา

หลังจากใช้แนวคิดเชิงนามธรรมคัดแยกรายละเอียดที่จำเป็นออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การถ่ายทอดรายละเอียดออกไปสู่ผู้ที่จะวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา หากผู้ที่วิเคราะห์หรือแก้ปัญหาเป็นมนุษย์ เราสามารถอธิบายโดยใช้ข้อความหรือแผนภาพ แต่ในกรณีที่เราใช้คอมพิวเตอร์ เราจำเป็นต้องอธิบายด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ หรือการเขียนโปรแกรมนั่นเอง ตัวอย่าง ด่านผ่านทางของลุงสมบัติ (จากแบบเรียน สสวท. วิทยาการคำนวณชั้น ม.1) ลุงสมบัติตัดถนนส่วนบุคคล ตั้งด่านเก็บค่าผ่านทาง เป็นดังนี้ ค่าผ่านทางเบื้องต้นเก็บคันละ 10 บาท บวกด้วยค่าธรรมเนียมตามจำนวนล้อของยานพาหนะล้อละ 5 บาท เช่น รถยนต์ 4 ล้อ คิด 10 + ( 4 x 5) = 30 บาท) คนเดินเท้าได้ยกเว้นไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง หากผู้ใช้บริการดังนี้มีรถ 1 ล้อ ใช้บริการ 2 คัน มีรถ 2 ล้อ ใช้บริการ 3 คันมีรถ 3 ล้อ ใช้บริการ 1 คันมีรถContinue reading “การถ่ายทอดรายละเอียดของปัญหาและการแก้ปัญหา”

รู้จักไพทอน

ภาษาไพทอนเป็นภาษาที่ง่ายต่อการเริ่มต้นเรียนรู้การเขียนโปรแกรม มีโครงสร้างการทำงานที่ไม่ซับซ้อน มีชุดคำสั่งที่ทำงานทางด้านกราฟิกให้เลือกให้ใช้งานได้สะดวก สามารถทดสอบการทำงานตามคำสั่ง และตรวจสอบผลลัพท์ได้ทันที เนื่องจากภาษา Python เป็นภาษาที่เรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูง และรองรับงานด้านต่างๆ เช่น งานวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ข้อมูล จึงเป็นภาษายอดนิยมสำหรับใช้ในการเขียนโปรแกรม ข้อมูลจาก PYPL (Popularity of Programming Language) พบว่า Python เป็นภาษาที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด ตามมาด้วย Java และ Javascript ประวัติความเป็นมาของภาษา Python ย้อนกลับไปปี 1980 จากความประสบความสำเร็จในการพัฒนาภาษา ABC หนึ่งในทีมพัฒนา นาย Guido van Rossum เกิดความคิดที่จะนำข้อดีของภาษา ABC ไปต่อยอด และจัดการปัญหาที่พบในภาษา ABC ในปลายปี 1980 นาย Guido van Rossum หนึ่งในทีมพัฒนาภาษา ABC ที่ CWIContinue reading “รู้จักไพทอน”

การคัดเลือกคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา

การคัดเลือกคุณลักษณะที่จำเป็น คือกระบวนการใช้แนวคิดเชิงนามธรรม เนื่องจากปัญหาที่กำลังพิจารณาอยู่นั่นประกอบไปด้วยข้อมูลรายละเอียดจำนวนมาก ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา การแยกข้อมูลที่จำเป็นออกมา ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างที่1 แชร์กับฉัน (จากแบบเรียน สสวท. วิทยาการคำนวณชั้น ม.1) ห้องเรียนในโครงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งมีนักเรียนอยู่ทั้งหมด 20 คน เพื่อเป็นการต้อนรับการเปิดเทอม น้องนิก น้องแนน และน้องหน่อยได้นัดกันไปรับประมทานอาหารที่ร้านป้าแป๋วใกล้โรงเรียน และตกลงกันว่าไม่ว่าใครจะสั่งอะไรก็จะจ่ายค่าอาหารคนละเท่าๆกัน โดยมีรายการอาหารดังนี้ น้องนิก สั่งสลักผัก กับ น้ำมะนาวปั่นน้องแนน สั่งข้าวผัด กับ ชาเย็นน้องหน่อย สั่งก๋วยเตี๋ยว กับ ทับทิมกรอบ วิธีการใช้แนวคิดเชิงนามธรรม 1. พิจารณาข้อมูลทั้งหมดที่ได้ ข้อมูลทั้งหมด คือ จำนวนเพื่อนในห้องทั้งหมด , ชื่อเพื่อนที่ไปทานอาหารด้วยกัน , จำนวนเพื่อนที่ไปทานอาหารด้วยกัน , ราคาอาหารเครื่องดื่มแต่ละรายการของทั้งร้าน , ราคาอาหารแต่ละรายการที่สั่ง , ประเภทอาหารแต่ละรายการที่สั่ง , ชื่ออาหารแต่ละรายการที่สั่ง , ราคาของหวานแต่ละรายการของทั้งร้าน 2. คัดเลือกข้อมูลที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาออกจากข้อมูลที่ไม่จำเป็น ข้อมูลที่จำเป็นในการแก้ปัญหา คือ จำนวนเพื่อนที่ไปทานอาหารด้วยกัน ,Continue reading “การคัดเลือกคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา”

พื้นฐานระบบคอมพิวเตอร์ (Basics of computer system)

ระบบคอมพิวเตอร์ คือ ระบบที่ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ (Computer hardware), โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer software) , เจ้าหน้าที่/ผู้ใช้งาน (Liveware ) ,ข้อมูล/สำรสนเทศ (Data/Information) และ กระบวนการทำงาน (Documentation/ Procedure) ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมาย เริ่มต้นที่ เครื่องคอมพิวเตอร์ (Computer hardware) เครื่องคอมพิวเตอร์ (Computer Hardware) หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบเข้าเป็นตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย 1. หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU (Central Processing Unit: CPU) คือ สมองของคอมพิวเตอร์ หน้าที่ในการประมวลผลคำสั่ง หรือข้อมูลต่างๆ ภายใน CPU ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.1 ส่วนควบคุม (Control Unit) ทำหน้าที่สร้างและส่งสัญญาณไปควบคุมการทำงานของส่วนประกอบต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ 1.2Continue reading “พื้นฐานระบบคอมพิวเตอร์ (Basics of computer system)”

การศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 (21st Century Education)

ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมนั่น ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนจากองค์กรที่ให้ความรู้เป็นการให้ทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตภายใต้สถานแวดล้อมใหม่ จากให้ความรู้ เป็นให้ทักษะ ในอดีตระบบการศึกษามุ่งเน้นการป้อนความรู้ และส่งเสริมทักษะเพียง 3 ด้าน คือ การอ่าน , การเขียน และการคำนวน เป็นหลัก แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลง และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ทักษะเหล่านี้จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ทักษะที่สำคัญในอนาคต คือ การปรับตัว การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการรับผิดชอบต่อสังคม 21st Century Education การศึกษาในศตวรรษที่ 21 แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ผลลัพท์ของผู้เรียน (Student Outcomes) 2. ระบบสนับสนุนการศึกษา (Support Systems) ผลลัพท์ของผู้เรียน (Student Outcomes) ประกอบด้วย สาระวิชาหลัก (Key Subjects) ที่ก่อให้เกิด ผลลัพธ์การเรียนรู้Continue reading “การศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 (21st Century Education)”

ขั้นตอนการแก้ปัญหา

การแก้ปัญหาเป็นกิจกรรมพื้นฐานของมนุษย์ ปัญหามีตั้งแต่ปัญหาง่ายๆที่หาคำตอบได้ในทันที ไปจนถึงปัญหาที่ยากที่ต้องใช้เวลาในการขบคิด เคยสังเกตุไหมว่าในการแก้ปัญหาในแต่ละครั้ง เรามีขั้นตอนการแก้ไขปัญหาอย่างไร การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีลำดับขั้นตอน จะช่วยลดเวลาในการแก้ไขปัญหา และช่วยหาความตอบที่ถูกต้องได้อีกด้วย การแก้ปัญหาสามารถสรุปได้เป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการแก้ปัญหา การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา เป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียด เงื่อนไข ข้อกำหนด รวมถึงข้อจำกัดต่างๆ ของปัญหา และรวมรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหา การวางแผนการแก้ปัญหา เป็นการคิดค้นกระบวนการต่างๆ ที่เป็นขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั้งได้ผลลัพท์ โดยอาศัยประสบการณ์ ทักษะ และความรู้ต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับปัญหา สำหรับการพัฒนาโปรแกรม อาจเลือกใช้ รหัสลำลอง หรือ ผังงาน โดยใช้วิธีการแก้ปัญหาที่เรียกว่า อัลกอริทึม (algorithm) การดำเนินการแก้ปัญหา เป็นการนำกระบวนการที่วางแผนไว้มาปฎิบัติ หรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาเพื่อแก้ปัญหา ตรวจสอบและประเมินผล เป็นการตรวจสอบผลลัพท์การทำงาน หากผลลัพท์ไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงตามที่คาดหวังไว้ ให้ย้อนกลับไปตรวจสอบขั้นตอนก่อนหน้า ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแก้ไขปรับปรุงจนกว่าจะได้รับผลลัพท์ที่ต้องการ ขั้นตอนที่1 การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด จุดประสงค์เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหาเพื่อแยกให้ออกว่าข้อมูลที่กำหนดมาในปัญหาหรือเงื่อนไขของปัญหาคืออะไร และสิ่งที่ต้องการคืออะไร อีกทั้งวิธีการที่ใช้ประมวลผล ในการวิเคราะห์ปัญหาใด กล่าวโดยสรุปมีองค์ประกอบในการวิเคราะห์Continue reading “ขั้นตอนการแก้ปัญหา”