มาทำ Care Reaction น่ารักๆกันเถอะ ^^

เริ่มต้นให้ไปที่ ไปที่เว็บ https://care-reaction-customizer.thechun.dev/ จากนั่นกดปุ่มเลือกรูปภาพที่ต้องการใส่ (Click here to upload your image) แล้วกดปุ่ม Download จะได้ภาพ Care Reaction น่ารักๆ ส่วนตัวสุดๆ สำหรับคนที่ต้องการลบฉากสีขาวด้านหลังออก ให้เข้าไปที่เว็บไซด์ https://www.remove.bg/upload แล้ว upload image จะได้ภาพใหม่ที่ลบฉากหลังออกให้แล้ว ใครทำเสร็จแล้ว เอามา show กันหน่อยนะครับ สำหรับคนที่ชอบบทความนี้ อย่าลืมกด share หรือ กด like ที่ช่อง Fackbook: https://www.facebook.com/KidsCodeOnlineTH/ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ

เครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะกับสถานศึกษา

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวและวิตกกังวล โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากมารวมตัวกันอย่างสถานที่ราชการ โรงเรียน สถานศึกษาเป็นต้น เพราะมีการรวมตัวของเด็กนักเรียน และผู้ปกครองจำนวนมากหากมีผู้ป่วยเดินเข้ามาในโรงเรียน หรือสถานศึกษาได้ ก็อาจทำให้มีการแพร่เชื้อได้ต่อเนื่องและรวดเร็ว เนื่องจากผลการวิจัยพบว่าเด็กเป็นพาหะที่ดี เนื่องจากมักไม่แสดงอาการ มาตราการป้องกันในสถานศึกษา การคัดกรอกก่อนเข้าสถานศึกษา การสอบถามว่าเด็ก ผู้ปกครอง หรือมีคนที่อาศัยอยุ่ที่บ้านเดียวกัน ได้เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและกักตัวครบ 14 วัน แล้วหรือไม่ การตรวจวัดอุณหภูมิของเด็ก หรือผู้ปกครอง ก่อนเข้าสถานศึกษาทุกครั้ง หน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัย ควรเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบนักเรียน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด โรงเรียนควรกำหนดให้นักเรียนทุกคนสวมใส หน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หรืออาจกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบนักเรียน โดยทางโรงเรียนควรช่วยจัดหา หรือแจกจ่ายให้กับนักเรียน การล้างมือ โรงเรียนต้องปลูกฝังสุขอนามัย โดยเฉพาะการล้างมือสม่ำเสมอ ควรติดตั้งสบู่ตามอ่างน้ำล้างมือ และ เจลล้างมือตามห้องเรียนต่างๆ ลดกิจกรรมที่มีการร่วมตัวของนักเรียนจำนวนมาก ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ ทางโรงเรียนอาจต้องพิจารณาเลื่อน หรือกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น นิทรรศการหรืองานโรงเรียน อาจกำหนดจำนวนนักเรียนที่เข้าต่อหนึ่งรอบ ,การเลื่อนกิจกรรมกีฬาสีออกไปก่อน อุปกรณ์วัดไข้ หรือ เครื่องวัดอุณหภูมิContinue reading “เครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะกับสถานศึกษา”

การศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 (21st Century Education)

ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมนั่น ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนจากองค์กรที่ให้ความรู้เป็นการให้ทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตภายใต้สถานแวดล้อมใหม่ จากให้ความรู้ เป็นให้ทักษะ ในอดีตระบบการศึกษามุ่งเน้นการป้อนความรู้ และส่งเสริมทักษะเพียง 3 ด้าน คือ การอ่าน , การเขียน และการคำนวน เป็นหลัก แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลง และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ทักษะเหล่านี้จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ทักษะที่สำคัญในอนาคต คือ การปรับตัว การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการรับผิดชอบต่อสังคม 21st Century Education การศึกษาในศตวรรษที่ 21 แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ผลลัพท์ของผู้เรียน (Student Outcomes) 2. ระบบสนับสนุนการศึกษา (Support Systems) ผลลัพท์ของผู้เรียน (Student Outcomes) ประกอบด้วย สาระวิชาหลัก (Key Subjects) ที่ก่อให้เกิด ผลลัพธ์การเรียนรู้Continue reading “การศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 (21st Century Education)”

ปริศนาสะพานทั้งเจ็ดแห่งเมืองโคนิกสเบิร์ก

ปริศนาสะพานทั้งเจ็ดแห่งเมืองโคนิกสเบิร์ก มีที่มาจาก เมืองโคนิกสเบิร์ก ประเทศรัฐเซีย มีแม่น้ำพรีเกิลไหลผ่ากลางเมือง และได้แบ่งเมืองออกเป็นสี่ส่วน ชาวเมืองได้สร้างสะพานขึ้น 7 แห่ง เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ในเมืองทั้งหมดเข้าด้วยกัน ดังภาพ ต่อมาได้มาการท้าทายกันว่า ชาวเมืองคนไหนสามารถเดินผ่านสะพานทั้ง 7 โดยที่ข้ามสะพานแต่ละแห่งแค่เพียงครั้งเดียว และกลับมาที่จุดเริ่มต้นได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีชาวเมืองคนไหนสามารถทำได้สำเร็จ เรื่องจึงร้อนไปถึงนายเลออนฮาร์ด ออยเลอร์ นักคณิตศาสตร์ในสมัยนั่น เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ เป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก มีผลงานทางคณิตศาสตร์มากมาย ที่น้องๆนักเรียนอาจเคยได้ยินกัน อาทิ แผนภาพออยเลอร์ ที่ใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์ของเซตต่าง ๆนั่นเอง ออยเลอร์ ได้แสดงแนวคิดในการหาคำตอบดังกล่าว ซึ่งแนวคิดดังกล่าวจะถูกพัฒนามาเป็น ทฤษฎีกราฟ ออยเลอร์ เริ่มต้นโดยการเปลี่ยนแผนที่สะพาน ให้กลายเป็นภาพที่เข้าใจง่ายขึ้น โดยแทนแผ่นดินทั้ง 4 ส่วนด้วยตัวอักษร A B C และ D หากเดินจาก แผ่นดิน A ไป B ให้แทนด้วย อักษร AB หากเดินจาก แผ่นดิน AContinue reading “ปริศนาสะพานทั้งเจ็ดแห่งเมืองโคนิกสเบิร์ก”

การใช้งาน Google ขั้นเทพ ที่ผู้บริหารอาจยังไม่เคยรู้

1. ปุ่ม “ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย” ใน Google ใครเคยสังเกตุ ปุ่มค้นหาบน Google บ้างหรือเปล่า นอกจากปุ่ม ค้นหาด้วย Google แล้ว ยังไม่อีกปุ่มที่ชื่อว่า “ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย” ( I’m feeling lucky ) ปุ่ม “ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย” จะพาคุณเข้าเว็บไซด์ที่ตรงกับคำค้นหาที่สุดให้ทันที แทนการแสดงผลลัพธ์การค้นหา ช่วยร่นระยะเวลาในการค้นหา เช่น ค้นหาคำว่า STEM แล้วกด “ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย” Google จะพาเราเข้าเว็บไซด์ ” http://www.stemedthailand.org” ในทันที 2. การค้นหาแบบเจาะจงประโยค หรือต้องมีทุกคำ การค้นหาโดยเจาะจงว่าให้มีทุกคำค้นหาปรากฎอยู่ ให้ใช้เครื่องหมายคำพูด (” “) ครอบหน้า และหลังคำค้นหา เช่น “เรียนเขียนโค้ด ไม่ต้องใช้คอม” หมายถึง ค้นหาเว็บไซต์ที่มีคำว่า “เรียนเขียนโค้ด” และContinue reading “การใช้งาน Google ขั้นเทพ ที่ผู้บริหารอาจยังไม่เคยรู้”

เรียนเขียนโค้ดไม่ต้องใช้คอม ทำได้ไหม?

จากประเด็นโซเชียลในช่วงที่ผ่านมา “เรียนเขียนโค้ดไม่ต้องใช้คอม” สู่คำถามว่าทำได้ไหม? ก่อนอื่นต้องลงในรายละเอียดก่อนว่า ผู้พูดหมายถึงการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษา หรือ ระดับมัธยมศึกษา เนื่องจากมีความแตกต่างหลักสูตร และช่วงอายุของเด็ก ประถมศึกษาตอนต้น (ป1-ป3) เนื่องจากวัยเด็กเล็ก หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์จึงออกแบบมา ให้เน้นวิธีคิด การแก้ไขปัญหาอย่างง่าย การ์ดคำสั่งและการเล่นเกม โดยไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ เรียกกิจกรรมนี้ว่า Unplugged ประถมศึกษาตอนปลาย (ป4-ป6) เนื่องจากเด็กเริ่มโตขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น ไม่มีปัญหาการจับเมาส์ และพิมพ์คีย์บอร์ด การเรียนการสอนจะใช้กิจกรรม Unplugged + การเขียนโปรแกรม Scratch และการใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างเหมาะสม จากตัวหลักสูตรเอง ค่อนข้างระบุว่า ควรใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน แต่ถ้าลงในเนื้อหา ยังพอจะสามารถสอนได้ โดยใช้การ์ดคำสั่ง และการยกตัวอย่างสถานะการณ์การใช้งานอินเตอร์เน็ต เช่น ข่าวลวงเป็นยังไง โพสข้อความไหนดี-ไม่ดี มัธยมศึกษา เนื่องจากเป็นวัยเด็กโต ควรสามารถใช้งานเทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต หลักสูตรจึงออกแบบให้เรียนแก้ไขปัญหา โดยใช้คอมพิวเตอร์!!! และ อินเตอร์เน็ต สรุปคือ ระดับใช้ประถมศึกษา สามารถเรียน Coding โดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ได้ แต่ควรให้มีกิจกรรมที่ใช้งานคอมพิวเตอร์บ้างContinue reading “เรียนเขียนโค้ดไม่ต้องใช้คอม ทำได้ไหม?”

วิทยาการคำนวณ ผู้ปกครองสอนอะไรลูกได้บ้าง??

หลังเปิดตัว วิชาวิทยาการคำนวน ที่ผ่านมา ผู้ปกครองยังมีความกังวลในหลายๆเรื่อง เช่น ลูกจะเรียนได้ไหม? ส่งเรียนพิเศษที่ไหนดี? สอนลูกเขียนโปรแกรมได้อย่างไร? และอีกร้อยแปดคำถาม ก่อนที่จะตอบคำถาม เราลองมารู้จักวิชาวิทยาการคำนวนกันก่อนดีกว่า วิชาวิทยาการคำนวน คือวิชาที่เน้น 1. กระบวนการคิด เชื่อมโยงและแก้ไขปัญหา สามารถใช้จินตนาการ(ความคิดเชิงนามธรรม) ได้ 2. รู้จัก และปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม 3. รู้เท่าทันสื่อและข่าวสารบนสังคมออนไลน์ รู้จักการสร้างความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ จะเห็นว่า วิชาวิทยาการคำนวน คือวิชาที่สอนวิธีคิด และวิธีอยู่ร่วมในสังคม 4.0 ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและข่าวสาร โดยคอมพิวเตอร์ และการเขียนโปรแกรม เป็นสื่อหรือเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนเท่านั่น ไม่ใช้หัวใจสำคัญของการเรียนวิชาวิทยาการคำนวน เพราะ เด็กทุกคนไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมได้ แต่เด็กทุกคนต้องคิด แก้ไขปัญหาเป็น คำถามล่ะ? คำถามควรเปลี่ยนใหม่ ผู้ปกครองสอนอะไรลูกได้บ้าง? คำตอบคือ 1. ฝึกให้ลูก คิดและแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น วางแผนและเตรียมอุปกรณ์ ก่อนไปโรงเรียน หรือท่องเที่ยว ,การให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เช่น แวะซื้อของก่อน หรือกินข้าวก่อน (ถามเหตุผลด้วยทุกครั้ง) 2. สอนให้รู้จักเทคโนโลยี เริ่มจากพื้นฐานที่เห็นได้ง่ายในชีวิตประจำวันContinue reading “วิทยาการคำนวณ ผู้ปกครองสอนอะไรลูกได้บ้าง??”