ชนิดข้อมูลพื้นฐาน

ภาษาไพทอนแบ่งประเภทข้อมูลของข้อมูลเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
1. ข้อมูลพื้นฐาน (Basic data type)
2. ข้อมูลเชิงประกอบ (Composite data types)

สำหรับนักเรียนระดับชั้น ม. 1 จะเริ่มต้นเรียนรู้ที่ ชนิดข้อมูลพื้นฐาน (Basic data type) กันก่อน

ข้อมูลพื้นฐาน (Basic data types)

แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ข้อมูลข้อความ (String) และ ข้อมูลจำนวน (Numeric)

1. ข้อมูลข้อความ

ข้อมูลข้อความ คือ ข้อมูลที่เป็น ตัวอักษร ข้อความ หรือประโยค ตัวแปรชนิดนี้ไม่สามารถนำมาคำนวณได้
การประกาศตัวแปรให้ใช้เครื่องหมายอัญประกาษครอบข้อความที่ต้องการกำหนด โดยสามารถเลือกใช้เครื่องหมาย ( ” ) หรือเครื่องหมาย ( ‘ ) กรณีที่มีข้อความยางหลายบรรทัด ให้ใช้เครื่องหมาย ( ” ) หรือ ( ‘ ) 3ตัว ครอบทั้งหน้าและหลังข้อความ

ตัวอย่าง การประกาศตัวแปรข้อมูลประเภทข้อความ

str1 = "Hello World"
str2 = 'Hello Python'
str3 = """Python is an interpreted, high-level, general-purpose programming language. 
Created by Guido van Rossum and first released in 1991."""

บรรทัดที่ 1 ประกาศตัวแปร str1 มีค่าเท่ากับ Hello World โดยใช้เครื่องหมาย “
บรรทัดที่ 2 ประกาศตัวแปร str2 มีค่าเท่ากับ Hello Python โดยใช้เครื่องหมาย ‘
บรรทัดที่ 3 ประกาศตัวแปร str3 มีค่าเท่ากับ
Python is an interpreted, high-level, general-purpose programming language.
Created by Guido van Rossum and first released in 1991.

เนื่องจากข้อความมีความยาวมากกว่า 1 บรรทัด สามารถใช้ “”” หรือ ”’

ตัวดำเนินการของข้อมูลข้อความ
  1. ตัวดำเนินการ + คือ การนำข้อมูลประเภทข้อความ 2 ตัว มาต่อกัน เพื่อเกิดเป็นข้อความใหม่
str1 = 'Hello' + 'World'
print(str1)

str2 = 'Hello'
str3 = 'Python'
str4 = str2 + str3
print(str4) 

ผลลัพท์

HelloWorld
HelloPython

บรรทัดที่ 1 ประกาศตัวแปร str1 มีค่าเท่ากับข้อความ Hello เชื่อมต่อกับ World ได้เป็นข้อความใหม่ HelloWorld
บรรทัดที่ 2 แสดงข้อมูลในตัวแปร str1 ออกทางหน้าจอ ผลลัพท์ที่ได้คือข้อความ HelloWorld
บรรทัดที่ 4 ประกาศตัวแปร str2 มีค่าเท่ากับข้อความ Hello
บรรทัดที่ 5 ประกาศตัวแปร str3 มีค่าเท่ากับข้อความ Python
บรรทัดที่ 6 ประกาศตัวแปร str4 มีค่าเท่ากับข้อมูลในตัวแปร str2 เชื่อมต่อกับข้อมูลในตัวแปร str3 ได้เป็นข้อความใหม่ HelloPython
บรรทัดที่ 7 แสดงข้อมูลในตัวแปร str4 ออกทางหน้าจอ ผลลัพท์ที่ได้คือข้อความ HelloPython

2. ตัวดำเนินการ * คือ การนำข้อมูลประเภทข้อความมาต่อกันตามจำนวนครั้งที่กำหนดไว้หลังเครื่องหมาย * เพื่อเกิดเป็นข้อความใหม่

str1 = 'Go' * 3
print(str1)

str2 = 'Good' 
print(str2 * 2)

ผลลัพท์

GoGoGo
GoodGood

บรรทัดที่ 1 ประกาศตัวแปร str1 มีค่าเท่ากับข้อความ Go โดยให้ต่อกัน 3 ตัว ได้เป็นข้อความใหม่ GoGoGo
บรรทัดที่ 2 แสดงข้อมูลในตัวแปร str1 ออกทางหน้าจอ ผลลัพท์ที่ได้คือข้อความ GoGoGo
บรรทัดที่ 4 ประกาศตัวแปร str2 มีค่าเท่ากับข้อความ Good
บรรทัดที่ 5 แสดงข้อมูลในตัวแปร str2 ที่ต่อกัน 2 ตัว ออกทางหน้าจอ ผลลัพท์ที่ได้คือข้อความ GoodGood


2. ข้อมูลจำนวน

ข้อมูลจำนวน คือข้อมูลที่สามารถนำไปคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้ แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ข้อมูลจำนวนเต็ม (integer) และข้อมูลจำนวนจริง (floating point)

width = 10
length = 15
area = width * length
print("area = ", area)

ผลลัพท์

area = 150

บรรทัดที่ 1 ประกาศตัวแปร width มีค่าเท่ากับ 10
บรรทัดที่ 2 ประกาศตัวแปร length มีค่าเท่ากับ 15
บรรทัดที่ 3 ประกาศตัวแปร area มีค่าเท่ากับค่าในตัวแปร width คูณกับตัวแปร length ได้ผลลัทพ์คือ 150
บรรทัดที่ 4 แสดงข้อมูลในตัวแปร area ผลลัพท์ที่ได้คือข้อความ area = 150

ตัวดำเนินการของข้อมูลจำนวน
  1. ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น บวก ลบ คูณ และหาร ( + , – , * , / )
num 1= 10
num2 = 5
print(num1 + num2)
print(num1 - num2)
print(num1 * num2)
print(num1 / num2)

ผลลัพท์

15
5
50
2

2. เลขยกกำลัง ใช้เครื่องหมาย ** แทนตามด้วยตัวเลขยกกำลัง

num1 = 3**4
num2 = 10**2
print(num1)
print(num2)

ผลลัพท์

81
100

3. หารปัดเศษ

num1 = 5 // 2
num2 = 4 // 5
print(num1)
print(num2)

ผลลัพท์

2
0

4. หารเอาเศษ

num1 = 5 % 2
num2 = 4 % 5
print(num1)
print(num2)

ผลลัพท์

1
4

ตัวอย่าง โปรแกรมถอนเงิน ATM

ให้เขียนโปรแกรมถอนเงินจาก ATM โดยตู้ต้องนำยอดเงินที่ต้องการถอน มาคำนวณว่าต้องจ่ายพันธบัตรแต่ละชนิด ชนิดละกี่ใบ โดยกำหนดให้มีพันธบัตรใบละ 20 ,100 , 500 และ 1,000

money = 1760   #กำหนดจำนวนเงินที่ต้องการถอนออกจาก ATM
print("จำนวนเงิน ", money, " บาท")
b1000 = money//1000
print("พันธบัตรใบละ 1000 จำนวน ", b1000, " ใบ")
money = money % 1000
b500 = money // 500
print("พันธบัตรใบละ 500 จำนวน ", b500, " ใบ")
money = money % 500
b100 = money // 100
print("พันธบัตรใบละ 100 จำนวน ", b100, " ใบ")
money = money % 100
b20 = money // 20
print("พันธบัตรใบละ 20 จำนวน ", b20, " ใบ")

ผลลัพท์

จำนวนเงิน  1760  บาท
พันธบัตรใบละ 1000 จำนวน  1  ใบ
พันธบัตรใบละ 500 จำนวน  1  ใบ
พันธบัตรใบละ 100 จำนวน  2  ใบ
พันธบัตรใบละ 20 จำนวน  3  ใบ

บรรทัดที่ 1 ประกาศตัวแปร money มีค่าเท่ากับ 1760
บรรทัดที่ 2 แสดงข้อความ “จำนวนเงิน 1760 บาท” ออกทางหน้าจอ
บรรทัดที่ 3 คำนวณจำนวนพันธบัตร 1000 บาท โดยการหารปัดเศษด้วย 1000 แล้วเก็บในตัวแปร b1000
บรรทัดที่ 4 แสดงข้อความ “พันธบัตรใบละ 1000 จำนวน” เชื่อมต่อด้วยค่า b1000 และ ” ใบ” ออกทางหน้าจอ
บรรทัดที่ 5 คำนวณยอดเงินใหม่ โดยการหารเอาเศษด้วย 1000 แล้วเก็บในตัวแปร money
บรรทัดที่ 6 คำนวณจำนวนพันธบัตร 500 บาท โดยการหารปัดเศษด้วย 500 แล้วเก็บในตัวแปร b500
บรรทัดที่ 7 แสดงข้อความ “พันธบัตรใบละ 500 จำนวน” เชื่อมต่อด้วยค่า b500 และ ” ใบ” ออกทางหน้าจอ
บรรทัดที่ 8 คำนวณยอดเงินใหม่ โดยการหารเอาเศษด้วย 500 แล้วเก็บในตัวแปร money
บรรทัดที่ 9 คำนวณจำนวนพันธบัตร 100 บาท โดยการหารปัดเศษด้วย 100 แล้วเก็บในตัวแปร b100
บรรทัดที่ 10 แสดงข้อความ “พันธบัตรใบละ 100 จำนวน” เชื่อมต่อด้วยค่า b100 และ ” ใบ” ออกทางหน้าจอ
บรรทัดที่ 11 คำนวณยอดเงินใหม่ โดยการหารเอาเศษด้วย 100 แล้วเก็บในตัวแปร money
บรรทัดที่ 12 คำนวณจำนวนพันธบัตร 20 บาท โดยการหารปัดเศษด้วย 20 แล้วเก็บในตัวแปร b20
บรรทัดที่ 13 แสดงข้อความ “พันธบัตรใบละ 20 จำนวน” เชื่อมต่อด้วยค่า b20 และ ” ใบ” ออกทางหน้าจอ

อ้างอิง

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้น ม.1 – สสวท.

สำหรับคนที่ชอบบทความนี้ อย่าลืมกด share หรือ กด like ที่ช่อง Fackbook: https://www.facebook.com/KidsCodeOnlineTH/ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ

One thought on “ชนิดข้อมูลพื้นฐาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: