ข้อมูลในภาษา Python

จุดเด่นหนึ่งของภาษา python คือการเป็นภาษาที่สนับสนุนงานด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และการคำนวน เนื่องจาก python มีชนิดข้อมูล และ ไลบรารี่ (library) ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวนคณิตศาสตร์ เช่น Math, Numpy, SciPy, Statsmodel, Scikit-learn เป็นต้น ในบทเรียนนี้ เราจะมาเรียนรู้การคำนวณทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น

เลขจำนวน (Numbers)

ภาษา python มีเลขจำนวนแบ่งได้ 3 ชนิด คือ
1. จำนวนเต็ม (int ,or integer ) คือ จำนวนเต็มบวก หรือจำนวนเต็มลบ โดยไม่มีทศนิยม เช่น

x = 10
y = -12
z = 35656222554887711

2. จำนวนจริง (float , or floating point) คือจำนวนจริง ที่เป็นจำนวนจริงบวก หรือจำนวนจริงลบ เป็นเลขทศนิยม ที่ไม่จำกัดจำนวนเลขทศนิยม เช่น

x = 10.000000000001
y = -11.99999999999
PI = 3.1415926535897932384626433832795028841971693
z = 4E2 // 4 x 10^2

3. จำนวนเชิงซ้อน (complex number) คือ จำนวนที่ประกอบด้วย จำนวนจริง และจำนวนจินตภาพ โดยจำนวนจินตภาพจะเขียนด้วย j ตามหลังตัวเลข เช่น

x = 3 + 5j
# real number = 3
# imag number = 5

ข้อความ (String)

ข้อความในการเขียนโปรแกรม เรียกว่า String ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาคำนวณได้โดยตรง เช่น ‘Hello World’ ถึงแม้ว่าข้อความนั่นจะเป็นตัวเลข เช่น ‘25.0’ ก็ไม่สามารถนำมาคำนวณได้ทันที ต้องทำการเปลี่ยนชนิดข้อมูล String ให้เป็นข้อมูลเลขจำนวนก่อน

ข้อมูล String จะต้องอยู่ภายในเครื่องหมาย ‘ หรือ ” อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ

a = "Hello"
b = 'Hello'

“Hello” มีค่าเท่ากับ ‘Hello’

ลิสต์ (Lists)

ลิสต์คือข้อมูลเชิงประกอบ ที่สามารถเก็บข้อมูลได้หลายจำนวนต่อเนื่องกัน ภายในตัวแปรเดียวกัน และเป็นข้อมูลต่างชนิดกันได้ทั้ง เลขจำนวนและข้อความการเข้าถึงข้อมูลภายในลิสต์จะต้องระบุด้วยตำแหน่งที่เก็บข้อมูล โดยเริ่มต้นจาก 0 เช่น

Coding

list = [ 1 , 2 , 'Hi' ,'Hello']
print(list)
print(list[0])
print(list[1])
print(list[2])
print(list[3])

ผลลัพท์

[1, 2, 'Hi', 'Hello']
1
2
Hi
Hello

การตรวจสอบชนิดของข้อมูล

ภาษา python มีชนิดข้อมูลที่หลากหลาย และผลลัพท์การคำนวณของชนิดข้อมูลที่แตกต่างกัน จะได้ผลลัพท์ที่ความแตกต่างกัน ดังนั่นเราสามารถตรวจสอบชนิดของข้อมูลได้ โดยใช้ฟังก์ชัน type()

Coding

number = 10 # จำนวนเต็ม
number2 = 5.0 # จำนวนจริง
number3 = 3 + 5j # จำนวนเชิงซ้อน
str = 'Hello
list = [ 1 , 2 , 'Hi' ,'Hello']

print(type(number))
print(type(number2))
print(type(number3))
print(type(str))
print(type(list))

ผลลัพท์

<class 'int'>
<class 'float'>
<class 'complex'>
<class 'str'>
<class 'list'>

จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นว่าสามารถใช้ ฟังก์ชัน type() ในการตรวจสอบชนิดของข้อมูลใน python ได้

สำหรับคนที่ชอบบทความนี้ อย่าลืมกด share หรือ กด like ที่ช่อง Fackbook: https://www.facebook.com/KidsCodeOnlineTH/ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: